สวัสดีครับ =w=)'''

หลังจากอู้กับเขาชนไก่มาระยะหนึ่ง ก็ได้เวลาทลายไหกับเขาเสียที

 

สำหรับเอนทรี่นี้ หลายๆคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า

ในวงการการ์ตูน นิยาย หรือหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวข้องญี่ปุ่น

ยางลบที่ปรากฎ หากมียี่ห้อหรือต้นแบบ ก็ย่อมที่จะเป็นยี่ห้อ Mono ซะมากครับ

 

จริงๆแล้ว Mono เป็นชื่อของผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของบริษัท Tombow Pencil Co,Ltd. ครับ

 Tombow Pencil Co.,Ltd. (株式会社トンボ鉛筆 Kabushiki-gaisha Tonbo Enpitsu?) is a Japanese manufacturer of pens and pencils and other stationery. The company was founded in 1913 and has since grown into an international business.

credit : en.wikipedia.org/wiki/tombow

ซึ่งจากหน้าเว็บ (http://www.tombow.com)

จะพบว่าบริษัทนี้เปิดด้วยกัน สามสำนักงานใหญ่ครับ

คือ ญี่ปุ่น ยุโรป(เยอรมัน) และสหรัฐอเมริกาครับ

 

สำหรับยางลบ Mono ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดคือ Mono(R) Plastic eraser ครับ

ซึ่งแบ่งด้วยกันเป็นสามขนาดหลักๆครับ ได้แก่

43*17*11mm น้ำหนัก 11g  ราคาประมาณ 25 - 30 บาทครับ

ซึ่งถ้าเทียบกับยางลบจาก Pentel แล้วจะพบว่าแพงกว่ากันราวๆสองเท่าเลยทีเดียว

ถัดมาคือ 55*20*11mm น้ำหนัก 17g ราคาอยู่ที่ 35-45 บาทครับ

ไม่่ทราบว่าทำไมราคาของขนาดนี้ถึงได้ต่างกันในแต่ละที่มากมายนะครับ

แต่ก็เป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปในความคิดของผมครับ

สุดท้ายคือ ขนาด 55*23*11 mm ซึ่งใหญ่ที่สุด น้ำหนักราวๆ 19g ซึ่งใหญ่ที่สุด

อันนี้อยู่ที่ 45-60 บาทครับ หายทีคง กันเลยทีเดียว

เท่าที่สำรวจตลาดมาสองสามที่ คือสมใจแถวโรงเรียนกับแผนกเครื่องเขียนที่สยามพาราก้อน

ผมไม่เห็นสินค้า Mono นำเข้าในรูปแบบอื่นนะครับ (แต่ถ้ามีก็ขออภัยด้วย)

แต่ช้าก่อน

ถ้าคุณอ่านต่อ วันนี้ผมจะนำเสนอยางลบ Mono รูปแบบอื่นๆที่มีวางจำหน่ายจริงๆครับ

 

เริ่มด้วย

Mono(R) Light

ยางลบรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความรู้สึกว่าเบาเป็นพิเศษครับ

(คล้ายๆ Pentel สีฟ้าอ่อนหนะแหละ)

มีจำหน่ายในขนาด 52*16*11mm และ 72*16*23mm (ยาวมากๆ) น้ำหนักที่  13 กับ 27.5g

ส่วนที่บอกให้เบา คือเวลาลบจะใช้แรงน้อยกว่ายางลบปรกติทั่วไปครับ

(ไม่เคยลองแฮะ แต่ถ้าจะลองจริงๆลองกับ Pentel Light แทนได้นะครับ..)

 

ถัดมาก็คงประมาณ Pentel Soft (สีเขียว) ก็คือ

Mono(R) non dust

ยางลบที่จะทำให้ผงรวมตัวกันครับ เพื่อช่วยเพิ่มความสะอาด

จริงๆผมใช้ Pentel soft ก่อนจะหันมาใช้ Mono นะ

เพราะเวลาใช้มันก็สะอาดดี

ซึ่งจริงๆก็อยากให้มีตัวนี้เข้ามาขายในไทยเหมือนกันครับ = =

สำหรับรุ่นนี้มีอยู่ขนาดเดียว คือ 40*26*12mm น้ำหนัก 16g ครับ

สำหรับรุ่นนี้คาดว่าจะเหมือนกับรุ่นที่มีขายในประเทศไทยครับ

แต่มีการออกแบบที่หุ้มให้มีสีสันสวยงามและมีความกว้างมากกว่าครับ

มีสองขนาดคือ 40*26*12mm น้ำหนัก 15g (ซ้าย)

และ  40*26*12mm  น้ำหนัก  17g (ขวา) ครับ

 

ในรูปแบบสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือ Mono(R) Sand and rubber eraser ครับ

หรือยางลบแบบผสมทราย(ผงซิลิก้า)ด้วยครับ

ใช้สำหรับในการขูดหน้ากระดาษ(ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ) เพื่อลบหมึกได้ครับ

ตัวนี้จะมีสองด้านคือด้านที่เป็นยางลบกับผสมผงซิลิก้าในปริมาณนึง ครับ

ขนาดที่ 59X 16 X 8mm น้ำหนัก 12.5g

อันนี้มีสองด้านเช่นกันครับ แบบผสมทรายน้อยกับมากขึ้น ซึ่งเขียนไว้ว่าสำหรับการพิมพ์ดีดครับ(?)

59X 16 X 8mm และน้ำหนัก 12.5g

 

ทั้งหมดนี้คือ Mono(R) แบบก้อนครับ

ครับ ใช่แล้ว แบบก้อน 

 

เพราะจริงๆแล้ว Mono(R)ยังมีแบบแท่งด้วยนะครับ =w=

ได้แก่ Mono(R) Zero ซึ่งมีขนาดด้ามยาวคล้ายปากกาครับ 

มีหัวยางลบขนาด 2.3mm ซึ่งถือว่าเล็กกว่าหัวปากกา 0.3 อีกครับ

เพื่อการชอนไชที่ดี(?) กับความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆครับ

ตัวด้ามมีให้เลือก สองแบบคือกลมและเหลี่ยมครับ

ผมอยากได้ไว้อันนึงนะ มันให้ความรู้สึก"หรูหรา" แบบMono ยังไงไม่รู้

 

และเกือบสุดท้ายของวันนี้คือ Mono(R) One ครับ   (อนาคตคงมี Two Three Four  ฮาๆ)

เล็กกะทัดรัดคล้ายแบบก้อน แต่เป็นแท่งแบบเซโร่ครับ (ทางสายกลาง?)

มีให้เลือกสีต่างๆดูแล้วเหมาะสำหรับวัยรุ่นทีเดียวครับ

เพราะโทนสีเน้นสีฉูดฉาดสดใสมากตรงกันข้ามกับ Mono Zero เลยครับ

 

 ปิดท้ายกันด้วย

ดูแวบแรกยังไงมันก็ไม่ใช่ยางลบเลยใช่ไหมครับ

สำหรับเจ้า Mono(R) Knock 3.8 mm นี้เป็นตัวสุดท้ายสำหรับวันนี้ครับ

มีสามสีให้เลือกด้วยกันคือน้ำเงิน เขียวและชมพูครับ

 

จริงๆหลายคนอาจคิดว่า Mono เป็นทางเลือกที่สิ้นเปลืองนะครับ

แต่บางทีผมกลับคิดว่าถ้าแลกกับคุณภาพที่ดี บางทีก็คุ้ม..

หรือบางคนก็อาจจะบอกว่า Mono ไม่ดีนั่นแหละ

อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับแต่ละคนครับ

ต่างคนควรเคารพในความรู้สึกซึ่งกันและกัน

มิเช่นนั้น ก็จะเป็นอย่างที่เห็นอยู่ครับ

 

 

 ก็ สุดท้ายสำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

สวัสดีครับ =w=)b

ป.ล. ถ้าใครเจอที่ขายโมโนแบบแท่ง บอกด้วยนะครับ

 ป.ล.2 การใช้ภาษาของตัวเองในเอนทรี่นี้ดูรั่วๆแฮะ ต้องแอบมาแก้ซะหน่อยแล้ว...

 

update(1) หลังจากลองสำรวจแล้ว ตอนนี้เมืองไทยมีนอนดัสท์และไลท์ขายแล้วนะครับ

ราคาอยู่ที่ 55 และ 40 ตามลำดับโดยประมาณครับ ' ')''

มีโอกาสได้ใช้นอนดัสท์อยู่ช่วงนึง

ก่อนมันจะอันตรธานหายไปไร้ร่องรอยยังกับนินจา T^T)''

เลยกลับมาใช้แบบมาตรฐานตามระเบียบ..